Posted by: paengpan on: May 7, 2009
คุณสมบัติทางฟิสิกส์ รูปผลึกระบบเฮกซะโกนาล รูปหกเหลี่ยม มีลักษณะกลางป่อง ค่อยๆ เรียวสู่ปลาย 2 ข้าง และดูคล้ายถึงเบียร์ ผลึก 6 เหลี่ยมนี้ประกอบด้วยชั้นหนาซ้อนๆ กัน มีหลายสีส่วนมากสีเทาเขียว เทาฟ้า และเทาดำ สีอื่นเรียกชื่อต่างๆ กัน เช่น สีแดง หรือสีม่วง เรียก ทับทิม สีฟ้า หรือน้ำเงิน เรียก แซฟไฟร์ สีเหลือง หรือบุษราคัมไทย สีเขียว สีขาว ถ้ามีรูปดาว 6 แฉก จะรวมเรียกพลอย สาแหรก มีความวาวแบบเพชร แข็งมากรองจากเพชร ความแข็ง 9 ค่าความถ่วงจำเพาะ 4.0-4.1 โปร่งใส หรือโปร่งแสง
คุณสมบัติทางเคมี สูตรเคมี Al2O3 มี Al 52.9% ที่มีสีแดงเพราะมีโครเมียมปน สีน้ำเงินเพราะมีเหล็ก กับไททาเนียม เกิดอยู่ในรูปอิลเมไนท์ (FeTiO3) ที่มีลักษณะคล้ายวุ้น ถ้าผ่านสารละลาย Co(NO3)2 แล้วให้อุณหภูมิสูงมากๆ จะมีสีน้ำเงินจัด
คุณสมบัติทั่วไป พบเกิดในหินชนิดต่างๆ แต่แหล่งที่สำคัญๆ ส่วนมากพบในหินแปร เช่น หินปูนที่เป็นผลึกนอกจากนี้ก็มีหินเปกมาไทท์ ในหินอัคนี พวกหินไซยีไนท์ หินเนฟิลีนไซยีไนท์ ในหินบะซอลท์พบน้อยแหล่ง ในประเทศไทยแร่นี้พบเกิดในหินบะซอลท์ หรือที่ชาวบ้านขุดพลอยที่จันทบุรีเรียกหินตับเป็ด


การวิเคราะห์ corundum โดยวิธี XRD
วิธีการทดลอง
ตั้งค่าดังนี้
d I
2.55085 100
1.60156 89
2.08532 66
3.47975 45
1.74007 34
โดยใช้สมการของแบรกก์ (Bragg’s law) คำนวณหาค่ามุม:
ตั้งค่าการทดลองดังนี้
Detector –> PSD : LynxEye
Start 30
Stop 60
Step size 0.02
Time/step 0.5 (s)
ผลการทดลองที่ได้พบว่า
Cor 2
Time : 3.16 (s)
ใช้ไฟ = 5056 J
I = 40 mA
V = 40 kV
จากสูตร
P=IV
จะได้ P= 1600 watt
เมื่อลดค่ากำลังไฟฟ้าลดเป็นครึ่งหนึ่งพบว่า
Cor3
Time : 3.16 (s)
ใช้ไฟ = 2528 J
I = 20 mA
V = 40 kV
จากสูตร
P=IV
จะได้ P= 800 watt
สรุป การเปรียบเทียบระหว่าง cor2 กับ cor3 พบว่า
เมื่อให้ค่ากระแส (I) ลดลงครึ่งหนึ่งจากค่าเดิม จะพบว่ากำลังไฟฟ้าและปริมาณการใช้ไฟฟ้า จะลดลงเป็นครึ่งหนึ่งจากของเดิมเช่นกัน เนื่องจากการที่กระแสผ่านเข้าไปในหลอดแคโทดน้อยลง จะทำให้เกิดรังสีเอ็กซ์น้อยลงด้วย
จากการตั้งค่าเดิมคือ
Detector –> PSD : LynxEye
Start 30
Stop 60
Step size 0.02
Time/step 0.5 (s)
เมื่อเปลี่ยน step size เป็น 0.5 พบว่า
Cor4
Time : 7.05 (s)
ใช้ไฟ = 5640 J
I = 20 mA
V = 40 kV
จากสูตร
P=IV
จะได้ P= 800 watt
เมื่อเปลี่ยน step size เป็น 0.1 พบว่า
Cor5
Time : 2.46 (s)
ใช้ไฟ = 1968 J
I = 20 mA
V = 40 kV
จากสูตร
P=IV
จะได้ P= 800 watt
สรุป การเปรียบเทียบระหว่าง cor4 กับ cor5 พบว่า
การเพิ่ม step size ให้กว้างขึ้นมีผลทำให้พีคมีขนาดกว้างขึ้นทำให้ไม่สามารถแยกตำแหน่งที่พีคอยู่ติดกันได้ดังกราฟ
สรุป การเปรียบเทียบระหว่าง cor2 ถึง cor5 พบว่า
กราฟ cor2 ให้ข้อมูลที่ชัดเจน ใกล้เคียงกับค่าความจริงมากที่สุด เมื่อพิจารณาจากกราฟพบว่าขนาดของกราฟ cor2 สามารถแยกพีคในตำแหน่งที่อยู่ติดกันได้ และขนาดของกราฟไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป
อ้างอิง :
May 7, 2009 at 3:50 pm
Good work.
ใส่ Bragg’s law เพิ่มให้
*อย่าลืมเอารูป xrd spectrum ที่วัดไว้ มาลงใน post ด้วยนะ