Posted by: Rop on: May 22, 2009
Students (Panchita, Surat, Pannida) gave the presentation of their summer works yesterday. Wichian, Surasak, Ratchai, and Roppon participated and asked questions.
Topics were
You can view the slides (in Thai) here:
Posted by: sanooklittle on: May 14, 2009
Coffee –> Moccona Trio Espresso
องค์ประกอบทางเคมีของกาแฟดิบและการเปลี่ยนแปลงจากกระบวนการผลิต
กาแฟ arabica ดิบ มีองค์ประกอบทางเคมีคือ ความชี้น 12% คาโบไฮเดรด มากกว่า 50% ไขมัน 16% โปรตีน 10% เหล่านี้เป็นองค์ประกอบหลักและยังมีองค์ประกอบย่อยที่สำคัญคือ คาเฟอีน 1.2% กรดคลอโรเจนนิก 6.5% และยังมี อนุพันธ์เอสเตอร์ของ โพลิฟีนอล คาเฟอิก แอซิด และ ควินิก แอซิด
ขั้นตอนการทดลอง ตั้งค่าดังนี้
Defector –> PSD : LynxEye
Scantype : Locked
Start : 10
Stop : 60
Step size : 0.02
time / step : 0.5 (s)
V : 40 kV
I : 20 mA
Spiner : on
Rotation : 15 rpm
Time : 0.22.45
สรุปผลการทดลอง
กราฟที่ได้จากการทดลอง (coff1) พบว่าพีคส่วนใหญ่ที่เห็นมาจากน้ำตาล ซูโคลทุกพีค ส่วนกาแฟ (coff2) ไม่มีพีคเลย
ค่า ที่ได้เท่ากับ 18.841
ค่าระยะห่างระห่างพีค (d) ที่ได้เท่ากับ 4.70625
ดังนั้น กาแฟ เป็นแบบ Primitive cell:

ภาพแสดงพีคที่ได้จากการทดลอง

Posted by: paengpan on: May 14, 2009
ผงขัดแร่ (Emery)
Quartz Hexagonal
quartz เป็นแร่ที่มีความหลากหลายในแง่ของการเกิดและชนิดมากที่สุด พบทั้งในหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร การที่มีความแข็งเท่ากับ 7 ไม่มีแนวแตกเรียบ และมีเสถียรภาพทางเคมี ทำให้ quartz ยังคงสภาพอยู่ได้ในรูปของกรวดทรายตามตะกอนทางน้ำและชายทะเล
ประโยชน์ของแร่ควอร์ตซ์ ใช้ในอุตสาหกรรมแก้ว ทำวัสดุขัดสี เช่น กระดาษทราย ทำเครื่องมือวิทยาศาสตร์ และเครื่องมือทางแสง เช่น ปริซึมเลนส์ อุปกรณ์ในกล้องจุลทรรศน์ เลนส์ ทำเครื่องประดับใช้เป็นผลึกในเครื่องวิทยุรับ-ส่ง และนาฬิกาควอร์ตซ์
สารตัวอย่าง : ผงขัดแร่ (emery)
วัตถุประสงค์การทดลอง
1. เพื่อวิเคราะห์หาสารประกอบในผงขัดแร่
2. เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการหมุนสารตัวอย่างกับการยึดสารตัวอย่างให้อยู่กับที่
3. เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการใส่สารตัวอย่างเต็มและไม่เต็ม
ขั้นตอนการทดลอง
1.หาข้อมูลเกี่ยวกับผงขัดแร่
2.เลือกค่าระยะห่าง (d) และค่าความเข้ม (I) จากข้อมูลมาตรฐาน 5 ค่าเพื่อหามุมในการทดลอง จะได้ค่าดังนี้

3.เลือกค่า step size ที่ดีที่สุดจากการทำ Standard
4.เลือกค่า Power = 800
5.เตรียมสารตัวอย่างเพื่อทำการทดลอง
6.เปิดเครื่องตามขั้นตอน ใส่สารตัวอย่างเพื่อทดลอง
7.ตั้งค่า ดังนี้
Si1 (แบบไม่หมุน – สารตัวอย่างเต็ม)
Spiner : off
Detector -> PSD : LynxEye
Scan type : Locked Coupled
Start : 10
Stop : 60
Step size : 0.02
time/step : 0.5 (s)
V : 40 kV
I : 20 mA
เวลาที่ใช้ : 0.22.45 (s)
Posted by: paengpan on: May 7, 2009
คุณสมบัติทางฟิสิกส์ รูปผลึกระบบเฮกซะโกนาล รูปหกเหลี่ยม มีลักษณะกลางป่อง ค่อยๆ เรียวสู่ปลาย 2 ข้าง และดูคล้ายถึงเบียร์ ผลึก 6 เหลี่ยมนี้ประกอบด้วยชั้นหนาซ้อนๆ กัน มีหลายสีส่วนมากสีเทาเขียว เทาฟ้า และเทาดำ สีอื่นเรียกชื่อต่างๆ กัน เช่น สีแดง หรือสีม่วง เรียก ทับทิม สีฟ้า หรือน้ำเงิน เรียก แซฟไฟร์ สีเหลือง หรือบุษราคัมไทย สีเขียว สีขาว ถ้ามีรูปดาว 6 แฉก จะรวมเรียกพลอย สาแหรก มีความวาวแบบเพชร แข็งมากรองจากเพชร ความแข็ง 9 ค่าความถ่วงจำเพาะ 4.0-4.1 โปร่งใส หรือโปร่งแสง
คุณสมบัติทางเคมี สูตรเคมี Al2O3 มี Al 52.9% ที่มีสีแดงเพราะมีโครเมียมปน สีน้ำเงินเพราะมีเหล็ก กับไททาเนียม เกิดอยู่ในรูปอิลเมไนท์ (FeTiO3) ที่มีลักษณะคล้ายวุ้น ถ้าผ่านสารละลาย Co(NO3)2 แล้วให้อุณหภูมิสูงมากๆ จะมีสีน้ำเงินจัด
คุณสมบัติทั่วไป พบเกิดในหินชนิดต่างๆ แต่แหล่งที่สำคัญๆ ส่วนมากพบในหินแปร เช่น หินปูนที่เป็นผลึกนอกจากนี้ก็มีหินเปกมาไทท์ ในหินอัคนี พวกหินไซยีไนท์ หินเนฟิลีนไซยีไนท์ ในหินบะซอลท์พบน้อยแหล่ง ในประเทศไทยแร่นี้พบเกิดในหินบะซอลท์ หรือที่ชาวบ้านขุดพลอยที่จันทบุรีเรียกหินตับเป็ด


การวิเคราะห์ corundum โดยวิธี XRD
วิธีการทดลอง
ตั้งค่าดังนี้
d I
2.55085 100
1.60156 89
2.08532 66
3.47975 45
1.74007 34
โดยใช้สมการของแบรกก์ (Bragg’s law) คำนวณหาค่ามุม:
ตั้งค่าการทดลองดังนี้
Detector –> PSD : LynxEye
Start 30
Stop 60
Step size 0.02
Time/step 0.5 (s)
ผลการทดลองที่ได้พบว่า
Cor 2
Time : 3.16 (s)
ใช้ไฟ = 5056 J
I = 40 mA
V = 40 kV
จากสูตร
P=IV
จะได้ P= 1600 watt
เมื่อลดค่ากำลังไฟฟ้าลดเป็นครึ่งหนึ่งพบว่า
Cor3
Time : 3.16 (s)
ใช้ไฟ = 2528 J
I = 20 mA
V = 40 kV
จากสูตร
P=IV
จะได้ P= 800 watt
สรุป การเปรียบเทียบระหว่าง cor2 กับ cor3 พบว่า
เมื่อให้ค่ากระแส (I) ลดลงครึ่งหนึ่งจากค่าเดิม จะพบว่ากำลังไฟฟ้าและปริมาณการใช้ไฟฟ้า จะลดลงเป็นครึ่งหนึ่งจากของเดิมเช่นกัน เนื่องจากการที่กระแสผ่านเข้าไปในหลอดแคโทดน้อยลง จะทำให้เกิดรังสีเอ็กซ์น้อยลงด้วย
จากการตั้งค่าเดิมคือ
Detector –> PSD : LynxEye
Start 30
Stop 60
Step size 0.02
Time/step 0.5 (s)
เมื่อเปลี่ยน step size เป็น 0.5 พบว่า
Cor4
Time : 7.05 (s)
ใช้ไฟ = 5640 J
I = 20 mA
V = 40 kV
จากสูตร
P=IV
จะได้ P= 800 watt
เมื่อเปลี่ยน step size เป็น 0.1 พบว่า
Cor5
Time : 2.46 (s)
ใช้ไฟ = 1968 J
I = 20 mA
V = 40 kV
จากสูตร
P=IV
จะได้ P= 800 watt
สรุป การเปรียบเทียบระหว่าง cor4 กับ cor5 พบว่า
การเพิ่ม step size ให้กว้างขึ้นมีผลทำให้พีคมีขนาดกว้างขึ้นทำให้ไม่สามารถแยกตำแหน่งที่พีคอยู่ติดกันได้ดังกราฟ
สรุป การเปรียบเทียบระหว่าง cor2 ถึง cor5 พบว่า
กราฟ cor2 ให้ข้อมูลที่ชัดเจน ใกล้เคียงกับค่าความจริงมากที่สุด เมื่อพิจารณาจากกราฟพบว่าขนาดของกราฟ cor2 สามารถแยกพีคในตำแหน่งที่อยู่ติดกันได้ และขนาดของกราฟไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป
อ้างอิง :
Posted by: paengpan on: April 27, 2009
Type of X-ray
1.Continuous X-ray
เกิดจากเบรมชตราลุงค์
2.Characteristic X-ray
เกิดจากการแทนที่ของอิเลคตรอนในวงใดวงหนึ่งที่ถูกกระตุ้นให้หลุดออกไป โดยพลังงานที่ให้ต้องมีค่ามากกว่าพลังงานยึดเหนี่ยว
ขอบของการดูดกลืน
หมายถึงความสามารถในการดูดกลืนโฟตอน โดยดูจาก สัมประสิทธิ์การดูดกลืนโฟตอนของธาตุนั้นๆ
ฟลูออเรสเซนต์ยิวด์
คืออัตราส่วนยระหว่างรังสีเอ็กซ์ต่อจำนวนที่ว่างซึ่งจะมีค่าไม่เกิน 1ขึ้นกับความเข้มข้นของธาตุ ความเข้มของพลังงานที่มากรุตุ้นเป็นต้น
Posted by: paengpan on: April 27, 2009
ปฏิกิริยาฟิชชันอาศัยหลักการทำงานจากนิวตรอนซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวจุดเชื้อเพลิง และอาศัยยูเรเนียมเป็นตัวเชื้อเพลิง
ตัว้องกันและควบคุม
1. ตัวป้องกัน ทำให้นิวตรอนวิ่งได้ช้าลง ทำให้เกิดปฏิกิริยาฟิชชันได้ดี
2. ตัวควบคุม ป้องกันไม่ให้เกิดฟิชชันมากเกินไป นิยมใช้ Cd
3. ตัวกำบัง จะใช้ป้องกันรังสี
Cross section เป็นตัวบอกโอกาสการเกิดปฏิกิริยาของรังสีกับวัตถุ
เครื่องปฏิกรณืที่ใช้น้ำ
1.PWR
2.BWR
3.D2O
Posted by: paengpan on: April 27, 2009
หลักการทำงานของ x-ray radiography
รังสีโฟตอนกระทบกับวัตถุที่ต้องการถ่ายภาพแล้วทะลุไปดกิดภาพบนแผ่นฟิล์ม
แหล่งกำเนิดนิวตรอน
1. radioisotope Neutron Source
2.Nuclear Reaction by Accelerators
3.Nuclear Reactor Source
ต้นกำเนิดนิวตรอน
- กราไฟต์ทำหน้าเป็นสารหน่วง
- ตะกั่วและบิตมัสใช้เพื่อลดความของรังสีแกมมา
- โบรัล ตัดความเข้มของนิวตรอน
การถ่ายภาพ
1. Direct technique
2.Radiofraphic film
3. Imaging plate
Posted by: paengpan on: April 27, 2009
อาศัยหลักการ 3 หลักการคือ
1. การแตกตัวเป็นไอออน 2. การกระตุ้น
การแบ่งประเภทของหัววัดรังสี
ก. ตามประเภทของรังสี ข. ตามประเภทของตัวกลางที่ใช้
1. หัววัดบรรจุแก็ส
ใช้หลักการของการแตกตัวเป็นไอออน
2. หัววัดแบบแสงเรือง
อาศัยหลักการของการเปลี่ยนแปลงพลังงานของรังสีโฟตอนไปเป็นแสง
3. หัววัดแบบกึ่งตัวนำ
อาศัยหลักการของการแตกตัวเป็นไอออน
ระบบอิเลคทรอนิกสำหรับการวัดรังสี
1.แหล่งกำเนิดศักย์ไฟฟ้าแรงสูง
2.Pre-Amplifier
3. Amplifier
4.Discriminator
5.SCA
6. MCa
พารามิเตอร์ที่ควบคุมการแปลงสัญญาณคือ Conversion Gain
ระบบของการวัดรังสีแบบรวม
1. ต้องการทราบปริมาณรังสี
2.ชนิดของของรังสีขึ้นกับประเภทของหัววัด
ระบบการวัดรังสีแบบแยกพลังงาน(1)
1.ต้องการทราบปริมาณและพลังงานของรังสี
2.ชนิดของรังสีขึ้นกับประเภทหัววัด
กำลังแยกพลังงาน
จะเป็นตัวบอกถึงความสามารถของหัววัดรังสีในการที่จะวัดรังสีที่มีพลังงานใกล้เคียงกัน ซึ่งหาได้จาก Full Width at hafe Maximum (FWHM)
Nuclear Reactor
เป็นอุปกรณ์ที่ควบคุมอัตราการเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่เกิดขึ้น ซึ่งต่างกับระเบิดนิวเคลียร์ที่ไม่มีการควบคุมปฏิกิริยา แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ
1. Research reactor
– ผลิตนิวตรอนเพื่อนำมาใช้ในงานวิจัย
– การผลิตไอโซโทปรังสี
2.Power Reactor
– ผลิตความร้อนเพื่อนำมาผลิตไฟฟ้า
นิวไคลด์ที่สามารถเกิดปฏิกิริยาฟิชชันกับนิวตรอนมาจาก
1. ในธรรมชาติ มาจาก U-235,238,Th
2.มนุษย์สร้างขึ้น
ส่วนประกอบของ Reactor
1.แหล่งเชื้อเพลิง
2.แท่งควบคุม
3.ตัวหน่วงความเร็ว
4.ตัวระบายความร้อน
5.อุปกรณ์ตัววัดนิวตรอน
6.ต้นกำเนิดนิวตรอนแบบไอโซโทป
Posted by: Rop on: April 15, 2009
20 เม.ย. – 1 พ.ค.:
1) ช่วยงาน อ. วิเชียร ตามที่มอบหมาย
2) ช่วยกันเขียนสรุปหัวข้อที่ได้เรียนผ่านมาลงใน blog
การวัดรังสี (วันชัย)
การถ่ายภาพด้วยรังสี (วิเชียร)
พลังงานนิวเคลียร์ (รพพน)
XRD (รพพน)
XRF (รัชชัย)
Inverse square law, Geiger Muller counter, HPGe detector (ทัศนีย์)
Posted by: sanooklittle on: April 9, 2009
ฟินแลนด์ มีการเก็บภาษีขั้นต่ำจากพลังงานคาร์บอน
เมษายน 2552
นิวเคลียร์และพลังงานพืช ในฟินแลนด์มีการเก็บภาษีลดลงเนื่องจากมีการแข่งขันกันตลาดคาร์บอน
เมื่อวานนี้คณะรัฐมนตรีตัดสินใจเสนอต่อรัฐบาลที่จะลดภาษีขั้นต่ำของพลังงานคาร์บอนให้เป็นที่ยอมรับก่อนการประชุมสนธิสัญญาในปี 1997 ที่เกียวโต ต้องการได้ผลประโยชน์เกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ทั้งหมดในประเทศฟินแลนด์
นอกจากนี้ระดับของภาษีที่มาจากกระแสไฟฟ้า ได้รับการสนับสนุนของรัฐบาล โดยการรวมพลังงาน hydro ขนาดเล็กและการรวมกันระหว่างความร้อนและพลังงาน
พลังงานนิวเคลียร์ได้มาจาก 2 แห่ง
1. Loviisa โดยมี Fortum เป็นเจ้าของ
2. Olkiluoto โดยมี Teollisuuden Voima Oyj (TVO) เป็นเจ้าของ
และร่วมกับหน่วยงานอื่นๆอีก 2หน่วยงาน
เครื่องปฏิกรณ์ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นก่อนปี 1997 แต่มีการปรับปรุง หลังสนธิสัญญาเกียวโต มีการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักรมากขึ้นโดยของ Loviisa เป็น 90 MWe และของ Olkiluoto เป็น 424 MWe
จากการแถลงของรัฐบาล พบว่า มีการหลบเลี่ยงภาษี ในอนาคตจะมีแผนงานใหม่ที่จะสร้าง Olkiluoto 3 และปฏิกรณ์ขึ้นมาใหม่
แต่สุดท้ายรัฐบาลได้กล่าวว่า มีการปรับปรุงภาษี €1 และ€10 per MWh ถึง2182 MWh ของนิวเคลียร์เริ่มต้น เช่นเดียวกับ 3000 MWh ของ Hydro ที่เก็บในระหว่าง € 33 ล้าน และ € 330 ล้าน per ต่อปี
คำชี้แจง
นิวเคลียร์และ ไฮโดรถูกแบ่งเป็นหลายรูปแบบ นอกจากในรูปของ low carbon ใหหมู่เหล่านี้สามารถเชื่อถือได้และได้ผลผลิตที่คุ้มกับต้นทุน อย่างไรก็ตามคุณภาพต้องคำนึงถึงเหตุผลของภาษีใหม่ที่กำหนดไว้
สุดท้ายแล้วรัฐบาลได้กล่าวว่า ราคาของพลังงานในตลาด Nordic เปลี่ยนแปลงไปตามต้นทุนของกำลังการผลิตที่มีการใช้ต้นทุนสิ้นเปลื่อง ในระบบพื้นฐานของการตั้งราคาของต้นทุนในผลผลิตทางด้านเทคโนโลยีจะมีราคาต่ำ ไฮโดรและพลังงานนิวเคลียร์ในตลาด Nordic มีการกวดขันการสร้างความสำคัญในด้านผลประโยชน์
คณะรัฐมนตรีกล่าวว่า ผลประโยชน์นี้ได้รับร่วมกันระหว่างนิวเคลียร์และพืชพลังงานจะผันผวนไปตามราคาของ คาร์บอน ใน EU’s เป็นผลมาจากรายได้ที่ได้จากดอกเบี้ย
Fortum มีปฏิกิริยาที่ว่องไว จริงแล้วความคิดของ EU’ s เป็นความคิดที่ถูกต้อง ที่จะสร้างพลังงานอิสระ ในการกำหนดราคาของเครื่องจักร ผู้ผลิตกำหนดราคาโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ภาษีพิเศษของ ไฮโดรและนิวเคลียร์ ในการทำงานถูกนำกลับมาทบทวนอีกครั้ง เกี่ยวกับโทษ CO2 และอิสระอื่นๆ
บริษัทส่วนใหญ่กล่างถึงภาษีว่า ภาษีจะไปเพิ่มราคาของผลผลิต และราคาของไฟฟ้าด้วยแต่รัฐบาลก็ปฏิเสธเรื่องของภาษ๊ที่ว่าเป็นผลกระทบต่อราคา
Recent Comments